10 ทีมลูกหนังเกาะอังกฤษที่ตกชั้นแบบเหลือเชื่อ ตอนที่ 1 โดยดูบอลสด
10 ทีมลูกหนังเกาะอังกฤษที่ตกชั้นแบบเหลือเชื่อ ตอนที่ 1
บ่อยครั้งที่เรามักเห็นบรรดาทีมชั้นนำพาเหรดกันตกชั้นไปแบบไม่น่าเชื่อซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าหนึ่งในลีกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอย่างพรีเมียร์ลีกอังกฤษนั้นในอดีตก็เคยมีทีมยักษ์ใหญ่พลาดท่าลงไปเล่นในลีกละดับล่างแบบช็อคแฟนบอลกันมาแล้ส บางทีมถึงขั้นตกตํ่าจนกู๋ไม่กลับเลยก็มี
โดยวันนี้เราจึงพาย้อนไปดูว่ามีทีมไหนติดโผเข้ามาอยู่ในลิสต์นี้กันบ้าง
น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์(1992)
"ฟอเรสต์" เป็นอดีตสโมสรชั้นนำบนเกาะอังกฤษโดยพวกเขาเป็น 1 ใน 22 สโมสรที่ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลแรกในปี 1992 ภายใต้การคุมทีมของ ไบรอัน คลัฟ กุนซือที่พาทีมคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ 2 สมัยและแชมป์ลีกสูงสุด 1 สมัย โดยเหตุการณ์ที่ส่งผลทำให้ ฟอเรสต์ ต้องตกชั้นไปในฤดูกาล 1992 นั้นมาจากการที่ทีมปล่อยผู้เล่นคนสำคัญอย่างเดส วอร์คเกอร์ และ เท็คดี้ เชอริงแฮม ออกไป ทำให้พวกเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างยํ่าแย่จนได้อันดับสุดท้ายของตารางพร้อมยุติบทบาท 18 ปีของกุนซืออย่าง "ไบรอัน คลัฟ" อีกด้วย ดูบอลสด
แต่อย่างไรก็ตามเพียงแค่ฤดูกาลเดียว "ฟอเรสต์" ก็กลับขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดได้อีกครั้ง พร้อมคว้าอันดับ 3 ในลีกมาครองได้สำเร็จพอมาถึงซีซั่น 1996/97 ฟอเรสต์ก็ต้องตกชั้นลงไปอีกครั้งแต่พวกเขาก็ยังกลับขึ้นมาใหม่ได้อีกในปี 1998/99 แต่ก็เหมือนเดิมเพียงแค่ฤดูกาลเดียวพวกเขาก็ตกชั้นกลับไปอีกจนทุกวันนี้ยังไม่สามารถขึ้นมาได้อีกเลย
นอริส ซิตี้(1995)
ในฤดูกาลแรกของการเริ่มต้นพรีเมียร์ลีก "นอริช ซิตี้" ภายใต้การคุมทีมของไมค์ วอคเกอร์โชว์ผลงานได้อย่างน่าประทับใจหลังคว้าอันดับ 3 ในลีกพร้อมตั๋วไปลุยถ้วยยูฟ่า คัพ ได้สำเร็จโดยในฤดูกาลต่อมา นอริช ก็ได้สร้างความตกใจให้กับแฟนบอลทั่วโลกหลังพวกเขาทำเรื่องเหลือเชื่อโดยการบุกไปเอาชนะทีมอย่างเสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ได้เป็นทีมแรกในเกาะอังกฤษพร้อมกับเขี่ยบาเยิร์นตกรอบไป
แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเข้าสู่ปี 1994 ก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นเมื่อ "ไมค์ วอคเกอร์" ประกาศอำลาตำแหน่งเพื่อย้ายไปคุมทีมเอฟเวอร์ตัน แล้วก็เป็น จอห์น ดีแฮน ขึ้นมาทำหน้าที่แทนพร้อมพาทีมจบอันดับที่ 12 ในฤดูกาลนั้น แต่ถัดมาอีกฤดูกาลเดียว นอริช ก็ต้องประสบปัญหาฟอร์มอันยํ่าแย่จากการชนะแค่นัดเดียวจาก 20 นัดหลังสุด จนจมบ๊วยอยู่ท้ายตารางและตกชั้นไปในที่สุดถือเป็นการตกชั้นครั้งแรกในรอบ 9 ฤดูกาล
แมนเชสเตอร์ ซิตี้(1996)
ในอดีตแม้"แมนเชสเตอร์ ซิตี้" จะยังไม่ใช่ทีมยักษ์ใหญ่ลุ้นแชมป์เหมือนในปัจจุบันแต่ก็รักษามาตรฐานของตัวเองได้เป็นอย่างดี แม้ในบางฤดูกาลอาจจะต้องกระเสือกกระสนในการดิ้นรนหนีการตกชั้นบ้างแต่ก็ยังสามารถอยู่รอดมาได้ จนเดินทางมาถึงฤดูกาล 1995/96 พวกเขาต้องหนีการตกชั้นอีกครั้งแต่ผลลัพธ์กลับไม่ออกมาเหมือนเดิมและที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่าคือพวกเขามีแต้มทำกับอันดับ 16 และ 17 แต่มีผลต่างได้เสียน้อยกว่าทำให้ต้องตกชั้นไป
พวกเขาพยายามอยู่หลายฤดูกาลจนสามารถกลับขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้งในฤดูกาล 2000/01 แต่เล่นได้ฤดูกาลเดียวก็ตกชั้นไปอีก และในฤดูกาล 2002/03 ก็สามารถขึ้นมาเล่นได้อีกครั้ง จนสามารถคว้าแชมป์ในเวลาต่อมาได้ในที่สุด
มิดเดิลสโบรห์(1997)
ถือว่าเป็นอีกทีมที่มีเรื่องเล่าตลกๆให้เหล่าแฟนบอลได้ฟังกันโดยในฤดูกาล 1995/96 "มิดเดิลสโบรห์"ทำผลงานได้ดีจนจบฤดูกาลด้วยอันดับ 12 แต่ในฤดูกาลต่อมาพวกเขากลับต้องอยู่ในโซนหนีตกชั้นและในซีซั่นนี้แหละที่มีเรื่องน่าประหลาดให้ได้จดจำกัน
โดยถึงแม้ผลงานในลีกจะค่อนข้างยํ่าแย่แต่ตรงกันข้ามในฟุตบอลถ้วยพวกเขาเข้าชิงทั้งเอฟเอ คัพและลีก คัพ ฟังดูแล้วอาจจะเหมือนดีแต่การที่พวกเขามีเกมลงเตะมากขึ้นนั้นส่งผลทำให้มีผู้เล่นบาดเจ็บในทีมถึง 16 ราย "ไบรอัน ร็อบสัน" กุนซือในขณะนั้น จึงตัดสินใจไม่ส่งทีมลงเล่นในเกมสุดท้ายทำให้ทีมโดนปรับแพ้พร้อมหักแต้มอีก 3 คะแนนจนทีมร่วงตกชั้นไปแบบโง่เง่าสุดๆ แถมบอลถ้วยที่หวังก็กลับได้แค่รอบแชมป์ทั้งคู่ โดย "เดอะ โบโร่" ได้กลับมาเล่นในลีกสูงสุดอีกครั้งในซีซั่น 2016/17 ไม่รู้ว่าการขึ้นมาครั้งนี้ของพวกเขาจะยืนยาวนานแค่ไหนกัน
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส(1999)
หลังจากคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้ในปี 1994/95 ได้ก็ดูเหมือนว่ากราฟเส้นทางในลีกของ "แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส" มีแต่แย่ลงๆ เหล่าบรรดาสตาร์ดังก็ถูกขายออกจากทีมโดยเฉพาะ"อลัน เชียเรอร์" ศูนย์หน้าตัวหลักที่ย้ายไปอยู่กับนิวคาสเซิล ในฤดูกาล 1998/99 แบล็กเบิร์นโชว์ผลงานได้อย่างยํ่าแย่จนนายใหญ่อย่าง รอย ฮอดจ์สันต้องถูกเฉดหัวไล่ออกจากทีมไปโดยหวังว่ากุนซือคนใหม่จะเข้ามาช่วยกู้วิกฤตของทีมได้และก็เป็น"ไบรอัน คิดด์"อดีตมือขวาของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่เข้ามารับงานสานต่อแทน
แต่อย่างไรก็ตามการเข้ามาของ "คิดด์" ก็ไม่อาจทำให้แบล็คเบิร์นรอดพ้นจากการตกชั้นไปได้จนมาถึงปัจจุบันแบล็คเบิร์นก็ยังไม่สามารถขึ้นกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกได้อีกเลย ดูบอลสด
ผู้เขียน Toffeesmen






ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น